Category: เรื่องหนังสือน่ารู้

การอ่านนิทานให้เด็กฟังช่วยเสริมจินตนาการได้จริงหรือไม่

 

นิทานถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเด็กๆ มาอย่างยาวนาน เพราะว่ามันคือเรื่องราวที่ถูกแต่งขึ้นมาสำหรับเด็กๆ โดยแท้ นิทานที่มีชื่อเสียงซึ่งคนไทยนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดีก็มีด้วยกันอยู่หลายเรื่อง อาทิ กระต่ายกับเต่า, เด็กเลี้ยงแกะ, ชาวนากับงูเห่า, หนูน้อยหมวกแดงกับหมาป่า, ซินเดอเรลล่ากับคนแคระทั้ง 7, เทพารักษ์กับคนตัดต้นไม้, เจ้าชายกบ, กบเลือกนาย และอื่นๆ อีกมากมายทั้งนิทานไทยพื้นบ้านเอง หรือว่านิทานอีสปที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการแต่งนิทานมาอย่างนมนาน รวมไปถึงนิทานจากต่างประเทศก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เด็กๆ ทุกคนจะถูกเล่าให้ฟังและรู้สึกคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว

การอ่านนิทานให้เด็กๆ ฟังนั้นก็ถือเป็นเรื่องที่เชื่อว่าพ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนเคยกระทำแบบนี้ให้กับลูกหลานของตัวเองมาโดยตลอด เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงเกิดคำถามตามว่าการอ่านนิทานให้เด็กๆ ฟังนั้นจะช่วยเสริมจินตนาการได้จริงหรือไม่ หรือว่ามันเป็นเพียงกุศโลบายในการที่จะใช้เลี้ยงเด็กเท่านั้น  คำคอบที่น่าจะเชื่อได้อย่างดีที่สุดก็คือ การอ่านนิทานให้เด็กฟังนั้นช่วยเสริมจินตนาการให้กับเหล่าบรรดาเด็กๆ ทั้งหลายได้จริง เพราะด้วยวัยของเด็กที่ถือว่าเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ สมองจะถูกพัฒนาไปในทิศทางเดียวนั่นก็คือหากว่าพวกเขาได้รับสิ่งใดมาสมองก็จะทำการต่อยอดในสิ่งนั้นๆ ที่พวกเขาต้องการ การเล่านิทานจึงเปรียบได้กับการที่ได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้พวกเขาฟังและให้พวกเขาได้คิดตามว่าจากเรื่องที่เล่าว่ามันมีเรื่องราวไปในทิศทางไหนบ้าง เอาในความเป็นจริงในวัยเด็กของทุกคนนั้นก็คงยังไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับโลกใบนี้เยอะสักเท่าไหร่นัก การได้จินตนาการถึงหมาป่า, คนแคระ, กบ, แกะ และสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาได้ฟังนั้นมันช่วยทำให้เขามีความคิดที่กว้างไกลขึ้น นั่นจึงเป็นสิ่งที่สามารถบอกได้เลว่าการอ่านนิทานให้กับเด็กๆ ฟังนั้นจะช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้พวกเขาได้อย่างแน่นอน

เชื่อว่าเด็กๆ ทุกคนต้องเคยฟังนิทานมาก่อน ซึ่งแค่นี้ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ดีแล้วว่าหากลองนึกย้อนกลับไปที่ตัวเราในสมัยที่ยังเป็นเด็กเมื่อได้ฟังนิทานเราจะรู้สึกไดว่าเรามีจินตนาการต่อการฟังเรื่องราวต่างๆ มากแค่ไหน หรือหากบางคนบอกว่ามันนานมากแล้วจนจำไมได้ว่ามันเป็นอย่างไรก็เปรียบเทียบเหมือนกับเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้วมีคนมาเล่าเรื่องให้ฟังเรายังคิดตาม เด็กๆ ก็สามารถจินตนาการจากการฟังนิทานได้เช่นเดียวกัน

การเลือกหนังสือให้เด็กอ่านได้อย่างเหมาะสมที่สุด

เด็กแต่ละคนจะมีความชื่นชอบต่างกัน อาจจะมาจากนิสัย ความอยากรู้ พัฒนาการและการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันออกไป  หนังสือก็เช่นเดียวกันเด็กแต่ละคนอาจจะชอบไม่เหมือนกัน เด็กบางคนอาจจะชอบไดโนเสาร์ เด็กบางคนอาจจะชอบเจ้าหญิง เด็กบางคนอาจจะชอบสัตว์ป่า ดังนั้นการที่จะให้เด็กอ่านหนังสืออะไรนั้นผู้ปกครองหรือครอบครัวควรที่จะให้การแนะนำเด็กอย่างดี เพื่อที่จะได้ให้เด็กได้รับแต่ข้อมูลจากหนังสือที่ดีๆ เพราะในปัจจุบันนั้นการอ่านหนังสือแบบเป็นเล่มๆ นั้นมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่พ่อแม่สมัยใหม่มักให้ลูกอยู่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เช่น คอมพิวเตอร์ ไอแพด โทรศัพท์ และดูรูปภาพ อ่านหนังสือผ่านระบบอินเตอร์เน็ต  ซึ่งการอ่านหนังสือออนไลน์หรือหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตนั้นเหมือนเป็นดาบสองคม เพราะจะมีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี

การเลือกเนื้อหาหรือหนังสือให้เด็กอ่านนั้นสำคัญ พ่อแม่ต้องรู้จักเลือกสรรหนังสือเพื่อเสริมพัฒนาการให้ลูกให้เหมาะสมกับวัยที่สุด

หนังสือที่เหมาะกับเด็กแต่ละวัย

เด็กที่มีอายุตั้งแต่จำความได้จนถึงอายุ 3 ขวบนั้น ควรจะเป็นหนังสือที่มีภาพต่างๆ และสีสันสดใส อย่างเช่น ภาพสัตว์ ผลไม้ ดอกไม้ เพราะเด็กวัยนี้เค้าจะคิดว่าหนังสือนั้นก็เหมือนของเล่นชนิดหนึ่งที่มีรูปภาพสวยๆ อยู่ข้างใน หนังสือชนิดนี้เด็กจะให้ความสนใจมาก

พอเด็กอายุเริ่มขึ้น 2 ขวบแล้วเด็กจะรู้จักแยกแยะระหว่างความชอบกับไม่ชอบได้ พ่อแม่ควรเลือกหนังสือที่เด็กมีความสนใจ อย่าบังคับให้เด็กดูหรืออ่านตามความต้องการของพ่อและแม่เพราะจะทำให้เด็กไม่มีความสุขกับการอ่านหนังสือ และเด็กวัยนี้พัฒนาการนอกเหนือจากการอ่านแล้วสิ่งที่ควรเพิ่มเติมให้คือเสียง เพราะช่วงนี้เด็กจะมีการพัฒนาด้านเสียงและเรื่องภาษาอย่างดี พ่อแม่อาจจะใช้เนื้อหาที่มีรูปภาพ เสียงประกอบ และอ่านให้ลูกฟัง

เมื่อลูกย่างเข้าสู่วัย 3 ขวบ เด็กจะมีพัฒนาการทางด้านภาษามากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เขาจะเริ่มมีจินตนาการ ความอยากรู้อยากเห็นมายิ่งขึ้น และเข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่เล่าให้ฟังมาก เด็กวัยนี้มักจะชอบที่จะฟังเรื่องที่ชื่นชอบเดิมๆ ซ้ำๆ โดยไม่รู้จักเบื่อ ในเมื่อเด็กในวัยนี้มีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ที่ดี สิ่งที่เขาได้รับรู้ทั้งหมดจะเป็นฐานที่สำคัญกับการเจริญเติบโต เช่นการสร้างนิสัยในการอ่านของเขา

เมื่อลูกอายุ 4-6 ขวบ ความสามารถเรื่องภาษา และอารมณ์การตอบสนองจะชัดเจนยิ่งขึ้น หนังสือที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ควรจะเป็นนิทาน หรือนิยายที่สร้างสรรค์ ยิ่งถ้าเป็นนิทานสองภาษาด้วยแล้วจะดีมาก เพราะเด็กจะได้ฝึกในเรื่องของภาษาไปด้วยในตัว

หนังสือออนไลน์ ทางเลือกที่ดีอีกทางของนักอ่าน

การอ่านหนังสือหรือหาความรู้จากโลกออนไลน์เป็นที่นิยมเป็นส่วนมากและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมไทยปัจจุบัน  เพราะการใช้งานได้หลายช่องทางทำให้สะดวกสบายต่อการพกพายกตัวอย่างเช่น ไอแพด แทปเลต หรือโทรศัพท์มือถือ

สมัยก่อนนั้นเวลาที่เราจะอ่านหนังสือ อยากได้หนังสือสักเล่มเราต้องหาซื้อตามร้านหนังสือทั่วไป หรือต้องรอเวลาที่หนังสือเล่มนั้นๆ จะวางแผงตามร้านหนังสือ ซึ่งจะทำให้เสียทั้งเงินและเวลา ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้การอ่านหนังสือในปัจจุบันนั้นง่ายมากยิ่งขึ้นเพราะเรานั้นไม่ต้องไปหาซื้อหนังสือแค่เพียงเราเปิดโทรศัพท์มือถือก็สามารถอ่านหนังสือได้เช่นเดียวกัน เพราะว่าระบบอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก รวดเร็วต่อความต้องการ การอ่านหนังสือระบบออนไลน์จึงเป็นที่น่าสนใจกับนักอ่านเป็นอย่างมาก หนังสือออนไลน์ลักษณะก็จะคล้ายๆ กับหนังสือทั่วไปที่เราเคยอ่านกันเป็นเล่มๆ ที่แตกต่างกันออกมาคือ การอ่านหนังสือออนไลน์จะมีความสะดวกสบายในการอ่านมากกว่า

สาเหตุที่ทำให้คนนิยมอ่านหนังสือออนไลน์กว่าหนังสือธรรมดาทั่วไป

เนื่องจากปัจจุบันอินเตอร์เน็ตได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ผลิตจึงปรับปรุงระบบให้ดีขึ้นอยู่เสมอจึงทำให้มีผู้สนใจและเข้าถึงได้มากการอ่านหนังสือก็เช่นเดียวกัน นอกจากจะสามารถอ่านหนังสือได้โดยไม่ต้องถือหนังสือเป็นเล่มๆ เวลาที่ไปไหนมาไหนทำให้รู้สึกว่าเกะกะและลำบากในการพกพาบางเล่มอาจจะมีแต่เนื้อหาแต่ไม่มีภาพและเสียงประกอบ หนังสือนั้นมีต้นทุนที่สูงเราจึงต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อที่จะได้มา เนื้อหาด้านในไม่สามารถปรับปรุงหรือแก้ไขได้ แถมยังใช้กระดาษจำนวนมากเพื่อที่จะนำมาตีพิมพ์แต่ละเล่มด้วย แต่ในขณะเดียวกันการอ่านหนังสือออนไลน์คุณจะได้อรรถรสในการอ่านที่มากกว่าเพราะในหนังสือออนไลน์นั้นดูภาพเคลื่อนไหวและมีเสียงประกอบขณะการอ่านได้ด้วย พกพาสะดวกแค่มีโทรศัพท์เครื่องเดียวก็เหมือนแบกหนังสือที่ชอบเป็นตั้งๆ ได้เลย ที่สำคัญคุณสามารถนำเนื้อหามาทำสำเนาและแก้ไขข้อมูลด้านในพร้อมกับสามารถตีพิมพ์ได้ด้วย

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือออนไลน์

ประโยชน์ของหนังสือออนไลน์นั้นมีมากมายไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการค้นหาหนังสือ หรือเนื้อหาที่ต้องการ ไม่ต้องเสียค่าใข้จ่ายในการซื้อ ไม่เปลืองพื้นที่ในการเก็บรักษา และสามารถอ่านได้ในสถานที่ต่างๆ ที่มีระบบอินเตอร์เน็ต

หนังสือออนไลน์จะรวบรวมข้อมูลต่างๆ ไม่ใช่แค่ข้อมูลที่เราต้องการเท่านั้น แต่หนังสือออนไลน์จะรวบรวมความรู้หรือข้อมูลด้านต่างๆ ไว้ในระบบนั้นด้วย หนังสือออนไลน์สามารถที่จะแสดงด้วยภาพ เสียงประกอบ สีสันของภาพ ทำให้เรานั้นเข้าใจในข้อมูลที่ได้รับมากกว่าหนังสือธรรมดา แถมยังเก็บข้อมูลที่เราต้องการไว้ในตัวเครื่องที่เราใช้งานด้วย แต่การอ่านหนังสือออนไลน์เรื่องที่ต้องระมัดระวังคงจะเป็นเรื่องของสายตาเท่านั้นเอง

ร้านหนังสือดั้งเดิมกับร้านหนังสือออนไลน์แตกต่างกันอย่างไร

 

ร้านหนังสือออนไลน์ หรือ E-book ที่เราคุ้นหูกัน เป็นร้านหนังสือที่สามารถสั่งซื้อหรืออ่านได้ในอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ แทปเล็ต ไอแพด แม้กระทั่งคอมพิวเตอร์

ปัจจุบันร้านหนังสือออนไลน์มีผู้นิยมใช้บริการสูงมากเพราะประหยัดเวลามากกว่า สะดวกสบาย และรวดเร็วตามยุคสมัยปัจจุบัน

หนังสือออนไลน์ กับหนังสือดั้งเดิมต่างกันอย่างไร

ในสังคมตอนนี้ด้วยเศรษฐกิจที่เริ่มจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่การลงทุนทำอะไรสักอย่างมักอาจจะล้มเหลวลงได้เพราะปัจจัยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน ค่าวัสดุอุปกรณ์ การตลาด และที่สำคัญคือความนิยม ร้านหนังสือก็เช่นเดียวกันจากที่เคยต้องคอยไปที่ร้านหนังสือหรือห้องสมุดตอนนี้อยู่ที่ไหนก็สามารถอ่านหนังสือได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรืออาจจะเสียค่าใช้จ่ายแต่ก็ไม่ต้องลำบากไปเดินหาเหมือนแต่ก่อนแล้ว

 ร้านหนังสือออนไลน์ นิยายหรือหนังสือที่จะให้ผู้ใช้งานได้อ่านนั้นไม่ใช่กระดาษ ไม่ใช้ต้นไม้ สามารถอ่านได้จากในโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องมือสื่อสารได้เลย สามารถดูภาพเคลื่อนไหวและฟังเสียงประกอบเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านได้ สร้างความเข้าใจกับการอ่านได้มากยิ่งขึ้น ถ้าหากว่าข้อมูลในนั้นผิดเจ้าของหนังสือสามารถแก้ไขในระบบออนไลน์แล้วอัพเดตใหม่ได้ซึ่งจะแตกต่างจากหนังสือทีเป็นเล่มตามร้านจะไม่สามารถแก้ไขได้นอกจากซื้อเล่มใหม่อย่างเดียว หนังสือในร้านหนังสือออนไลน์มีต้นทุนในการผลิตต่ำเพราะไม่ต้องใช้กระดาษและหมึกพิมพ์ จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเนื้อหาที่ได้ไม่ครอบถ้าวน ที่สำคัญที่โดนใจผู้ใช้งานเลย คือพกพาสะดวกมากขึ้นซึ่งในนั้นสามารถเก็บหนังสือได้เป็นหลายๆเล่มโดยที่เราไม่ต้องแบกให้หนักหรือเปลืองเนื้อที่การจัดเก็บที่บ้าน

หนังสือจากร้านหนังสือทั่วไป หนังสือของร้านทั่วไปกับหนังสือออนไลน์จะมีข้อแตกต่างกันอย่างชัดเจนมาก เพราะร้านหนังสือทั่วไปจะมีแต่หนังสือที่ใช้กระดาษ ไม่มีภาพและเสียงประกอบในเล่มจะมีแต่ตัวหนังสือซึ่งเนื้อหาในนั้นอาจจะทำให้เราไม่เข้าใจได้ ถ้าเนื้อหาในนั้นผิดพลาดจะไม่มีการแก้ไขให้แต่อย่างใดเพราะได้ถูกตีพิมพ์มาแล้ว ถ้าผู้ใช้ต้องการได้ข้อมูลใหม่ต้องซื้อเล่มใหม่อย่างเดียวเท่านั้น แต่หนังสือแบบตั้งเดิมนั้นจะมีความสมบูรณ์ในตนเอง ผู้ใช้สามารถขอคำแนะนำจากบรรณารักษ์หรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเกี่ยวกับร้านหนังสือหรือห้องสมุดได้ซึ่งร้านหนังสือออนไลน์ไม่มี แต่ร้านหนังสือทั่วไปนั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าร้านหนังสือออนไลน์อย่างเช่นปัจจุบันนี้ถ้าจะซื้อหนังสือการ์ตูนสักเล่มอย่างน้อยก็ต้องเตรียมเงินไปแล้ว 50-60 บาทเป็นอย่างต่ำ หนังสือจะสามารถอ่านได้แค่หนึ่งคนต่อหนึ่งเล่ม พกพาลำบากต้องแบกหนังสือไปเล่มๆ และเปลืองพื้นที่เก็บรักษา

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นเลยว่าร้านหนังสือออนไลน์และร้านหนังสือทั่วไปมีข้อแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ผู้ใช้งานจะเลือกใช้บริการด้านไหนนั้นอยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละคน บางคนอาจจะชอบบรรยากาศในห้องสมุดร้านหนังสือ บางคนอาจจะชอบความสะดวกสบายอ่านที่ไหนก็ได้ เป็นต้น